วันอังคารที่ 27 ม.ค. 69 เวลา 13.30 - 16.30 น. ผต.ทส. (นายกานตพันธุ์ พิศาลสุขสกุล) เป็นประธานการประชุมตรวจราชการ เพื่อรับฟังผลการดำเนินงานในประเด็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่เขตตรวจที่ 17 (ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย อุตรดิตถ์) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีผู้แทน ปม. อส. และ คพ. ทั้งส่วนกลางและระดับพื้นที่ ผอ.ทสจ. 5 จังหวัด ผู้แทน ศทอ.สป.ทส. ผู้แทนกองทัพภาคที่ 3 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 สบอ.11 (พิษณุโลก) ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบร่วมกันในการดำเนินงาน ดังนี้
1.) ให้ ทสจ. 5 จังหวัดรับผิดชอบดำเนินการตามตัวชี้วัดการประเมินผลการปฏิบัติราชการของ สป.ทส. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ทั้งตัวชี้วัดจำนวนวันที่ปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอนอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และร้อยละที่ลดลงของจำนวนจุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่ป่า และให้ ปม. และ อส. สนับสนุนการดำเนินงานตามแผนตัวชี้วัด
2.) การออกประกาศบริหารจัดการการเผาของแต่ละจังหวัด มีความแตกต่างกันตามหลักการบริหารเชิงพื้นที่ โดยในบางจังหวัดสามารถชิงเผาได้ และบางจังหวัดห้ามไม่ให้มีการเผาเด็ดขาด จึงขอให้ ทสจ. 5 จังหวัด และ สคพ. 3 พิษณุโลก ติดตามการดำเนินตามมาตรการในจังหวัดอย่างใกล้ชิด
3.) ให้ ทสจ. ทุกจังหวัด นำเสนอผู้ว่าราชการจังหวัด ในการกำหนดตัวชี้วัดในการลดไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก และพื้นที่เผาไหม้ในความรับผิดชอบของหน่วยงานในจังหวัด เช่น พื้นที่ป่า พื้นที่เกษตร โดยพิจารณานำตัวชี้วัดมาประกอบการพิจารณาการประเมินผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานในจังหวัด
4.) ประเด็นปัญหาหลักในเชิงนโยบายที่เกี่ยวกับ ทส. ที่ควรเร่งรัดแก้ไข ได้แก่
4.1 ให้ ทสจ. ทุกจังหวัด นำแนวทางการบริหารจัดการไฟป่าหมอกควันโดยใช้โครงสร้างระหว่างจังหวัด (ผู้ว่าราชการจังหวัด) กับกลุ่มป่า มาเป็นแนวทางบริหารจัดการ โดยพิจารณาจากแนวทางของจังหวัดตาก ที่มีการลงนาม MOU เพื่อเป็นเครื่องมือในการลดช่องว่างการประสานระหว่างจังหวัดกับกลุ่มป่า
4.2 ให้ ทสจ. ทุกจังหวัด รายงานผู้ว่าราชการจังหวัด ให้สั่งการทุกหน่วยรายงานงบประมาณไฟป่า เนื่องจากการสนับสนุนงบประมาณจากทุกภาคส่วนในจังหวัด (จังหวัด/ อปท./ หน่วยงาน) ยังไม่ชัดเจน บางจังหวัดไม่ได้ใช้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดในการสั่งการให้ทุกหน่วยวางกรอบงบประมาณไว้
4.3 ให้สำนักงานกลุ่มป่า สนับสนุนการแก้ปัญหาไฟป่าในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่มีการทำการเกษตรกรรม เนื่องจาก เป็นพื้นที่อ่อนไหวต่อการเกิดไฟป่า ยากในการดับไฟ และ ปม. และ อปท. ที่เกี่ยวข้องมีเจ้าหน้าที่น้อย
5.) ให้ทุกหน่วยงานเตรียมการความพร้อมและปรับปรุงการบริหารจัดการ และการประสานงาน และให้ ศทอ. สป.ทส. เตรียมความพร้อมอากาศยาน เพื่อรองรับสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จะสูงขึ้นในช่วงเดือน ก.พ. 2569


